เป็นหนี้ กยศ. มีโอกาสกู้ซื้อบ้าน ผ่านหรือไม่?

ทุกคนที่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองต่างตระหนักดีว่ายิ่งมีหนี้มากเท่าไร โอกาสที่จะขอกู้ซื้อบ้านผ่านอนุมัติจากธนาคารก็ยิ่งมีน้อยลงเท่านั้น ซึ่งเพราะความจริงเรื่องหนี้มีผลต่อโอกาสในการขอกู้ซื้อบ้านอย่างมากนี้เอง จึงทำให้หลาย ๆ คนมีคำถามว่าในกรณีของการเป็นหนี้ กยศ. หรือ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จะถือเป็นหนี้ที่ทำให้ถูกพิจารณาขอสินเชื่อไม่ผ่านหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” โดยคนที่เป็นหนี้ กยศ. นั้น ยังมีโอกาสขอกู้ซื้อบ้านผ่านได้อยู่ถ้าบริหารจัดการสถานะการเงินของตัวเองได้ดีมากพอ ทำไมเป็นหนี้ กยศ. แล้วยังกู้ซื้อบ้านผ่านได้? ถึงจะได้คำตอบไปแล้วว่าแม้จะเป็นหนี้ กยศ. ก็ยังมีโอกาสกู้ซื้อบ้านผ่านได้อยู่ แต่ใครหลาย ๆ คนก็ยังคงกังวลอยู่ไม่หายว่า แล้วทำไมจึงเป็นแบบนั้น จริง ๆ มีคำอธิบายที่ช่วยให้หายสงสัยได้อยู่ โดยก่อนอื่นเราต้องไปทำความเข้าใจเรื่องหนี้กันก่อนว่า ในการขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านกับธนาคารนั้น หนี้ที่ทางธนาคารจะตรวจสอบได้ จะเป็นเฉพาะหนี้ที่ถูกบันทึกในข้อมูลเครดิตบูโรเท่านั้น เช่นหนี้บัตรเครดิต หนี้รถ หนี้บ้าน หรือง่าย ๆ ก็คือสินเชื่อต่าง ๆ ที่เราขอกับธนาคารไว้ก่อนหน้า แต่ในส่วนของหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อย่างค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ตลอดจน หนี้ กยศ. นั้น ตามข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ปัจจุบันระบุเอาไว้ว่า ยังไม่มีกฎหมายบังคับให้นำส่งข้อมูลประวัติการชำระให้แก่เครดิตบูโร หนี้ในส่วนนี้จึงเป็นหนี้ที่ธนาคารมองไม่เห็น ทำให้ธนาคารไม่นับเอามารวมในการพิจารณาสถานะทางการเงินประกอบการตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน นั่นเองจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม […]

แนวโน้มอสังหาฯ ปี 2567

ในปี 2567 แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์จะค่อยๆ ฟื้นตัว แต่อาจจะไม่ได้ฟื้นเร็วกลับมาเหมือนก่อนโควิด เนื่องจากว่าทุกประเทศบอบช้ำ จากโควิดและเกิดวิกฤติทางการเงิน อีกทั้งเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว ดังนั้นเศรษฐกิจทั่วโลกอาจต้องรอความพร้อมจากการฟื้นตัวที่ชัดเจน ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศไทยฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวเพียงอย่างดียว ส่งออกยังไม่เติบโตหรือฟื้นตัวชัด เพราะต่างประเทศไม่ฟื้น กำลังทรัพย์มีค่อนข้างจำกัด ดังนั้นบริษัทมองภาพโดยรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตค่อยเป็นค่อยไป อีกหนึ่งตัวแปรปีหน้าที่จะชี้วัดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นมากน้อยแค่ไหน คือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ เชื่อว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะเป็นภาคธุรกิจลำดับต้นๆ ที่รัฐจะดำเนินการกระตุ้น เพราะว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นห่วงโซ่อุปทานใหญ่หากกระตุ้นอสังหา ภาคธุรกิจอื่นๆ เช่น ปูน กระเบื้อง สุขภัณฑ์ ประตู หน้าต่าง ภาคก่อสร้าง ภาคบริการ ธุรกิจโฆษณาจะฟื้นตัวตามอสังหาริมทรัพย์ ปัจจัย “กดดัน” มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ภาวะหนี้ครัวเรือน ค่าใช้จ่ายที่สูง, อัตราดอกเบี้ยที่แม้ว่าปัจจุบันไม่สูงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด แต่ถ้าเทียบในช่วงโควิดก็อยู่ในระดับที่สูงขึ้นเป็น “อุปสรรค”สำคัญต่อการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อระดับปานกลาง -ล่าง ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลัก ขณะเดียวกัน “ต้นทุน” ก็กดดันผู้ประกอบการ ซึ่งมาจากวัสดุก่อสร้าง ราคาที่ดิน รวมถึงค่าแรง ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามนโยบายรัฐบาลใหม่ ส่งผลให้ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในปีหน้าอยู่ในช่วงขาขึ้น! เพราะยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามต้นทุนก่อสร้าง โดยเฉพาะราคาที่ดินที่ขยับขึ้นตามการประเมินราคาที่ดินและผังเมืองใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาเปิดโครงการระดับกลางบนมากขึ้นตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ หากสนใจรับบริการตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ครบทุกขั้นตอน […]

อัปเดตภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี 2566-2567

ที่ผ่านมาทรัพย์สินที่กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งนิยมสะสมก็คือที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ สาเหตุก็เพราะเมื่อเวลาผ่านไปมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวมักจะสูงขึ้นมหาศาล โดยเฉพาะที่ดินรกร้างว่างเปล่านับได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เป็นที่นิยมสะสมเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งต้นทุนของการดูแลที่ดินและอสังหาแต่ก่อน อาจไม่ได้มีมูลค่าที่สูงมากนัก แต่เมื่อมีการบังคับใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 ภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอาจเป็น Pain Point สำหรับเจ้าของที่ดินและอสังหา รวมทั้งการบังคับใช้ภาษีการรับมรดกตั้งแต่ปี 2559 ส่งผลให้เทรนด์ในการสะสมของมีค่าเพื่อส่งต่อให้แก่ลูกหลานอาจเปลี่ยนไปบ้าง เช่น นิยมสะสมทรัพย์สินจำพวกนาฬิกา ภาพวาด เครื่องเพชร มากขึ้น (เนื่องจากทรัพย์สินเหล่านี้ไม่อยู่ในฐานภาษีการรับมรดก) แม้เทรนด์ในการสะสมของมีค่าจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าที่ดินและอสังหาก็ยังคงเป็นที่นิยมในการสะสมอยู่ สาเหตุอาจมาจากการที่ผู้เป็นเจ้าของสามารถนำที่ดินและอสังหาไปใช้ประโยชน์ได้หลายประการ ไม่ว่าจะเพื่อเก็งกำไรจากการขาย ส่งต่อให้แก่ลูกหลาน ใช้ประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ เช่น ให้เช่า ทำการเกษตร เป็นสถานประกอบกิจการของธุรกิจ เป็นต้น หลักของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็คือ ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือเป็นผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ ซึ่งอยู่ภายในวันที่ 1 มกราคมของปีไหน ก็มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับปีนั้น ในเรื่องของระยะเวลาการชำระภาษี หากรัฐไม่ได้ออกมาตรการทางกฎหมายเพื่อขยายระยะเวลาการชำระภาษี ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะได้รับแบบแจ้งประเมินภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ และจะต้องชำระภาษีภายในเดือนเมษายน (หมายเหตุ: ในบางปีภาษีอาจมีการออกกฎหมายเพื่อขยายเวลาได้ตามที่หน่วยงานของรัฐเห็นเหมาะสม) เมื่อความนิยมในที่ดินและอสังหายังคงมีอยู่ ผู้เป็นเจ้าของจึงต้องหาทางบริหารทรัพย์สินของตนภายใต้กรอบของกฎหมายที่มี เพื่อที่จะบรรเทาภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะผู้เป็นเจ้าของที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่จะถูกจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในเพดานที่สูงที่สุด หากเทียบกับที่ดินประเภทอื่นๆ โดยอัตราภาษีจะถูกปรับเพิ่มขึ้นทุกๆ 3 ปีที่ 0.3% […]